ธรรมะโอวาสเรื่องธาตุ 4 ขันธ์ หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
เรามารู้ว่าร่างกายของคนเราเกิดขึ้นมามีธาตุ 4 ขันธ์ 5 อยู่ด้วยกัน เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ย่อมแปรปรวน แตกสลายย่อยยับดับไปเป็นธรรมดาอยู่ในโลกนี้ สังขารทั้งหลายก็ดี เมื่อมีความเกิดขึ้นก็ย่อมมีความแปรปรวน แตกสลายย่อยยับดับไปอย่างเดียวกัน ฉะนั้นเมื่อเรามารู้แจ้งเห็นจริงอย่างนี้แล้ว เราก็จะสละละปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสังขารทั้งหลายเหล่านี้ เราดับความยึดมั่นถือมั่นได้แล้วอย่างนี้ ภพชาติก็ย่อมดับไปตามตามกัน เมื่อไม่มีภพมีชาติเกิดขึ้นแล้วอย่างนี้ ก็ไม่มีความแก่ความชรา และไม่มีความทุกข์ความโศกเศร้าโศกาอาดูร แล้วก็ย่อมไม่มีความตาย
..เหตุฉะนั้นพวกเราท่านทั้งหลายที่เป็นนักปฏิบัติ จึงมาพิจารณาถึงความเกิดและความดับของสังขารธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ว่ามีความหมุนเวียนเป็นปัจจัยสืบเนื่องต่อกันไปไม่ขาดอย่างนี้แหละ ที่ทำให้พวกเราเหล่าท่านทั้งหลายเกิดอยู่ไม่รู้จักจบจักสิ้น มาวันนี้พวกเรามาพากันพิจารณาให้รู้ว่า อวิชชานี้แหละเป็นเหตุให้เราพากันหลงอยู่ ไม่รู้จริงเห็นแจ้งในธรรมทั้งหลายนี้ เราจึงดับภพดับชาติไม่ได้ ฉะนั้นพวกเรามาเรียนให้รู้ดูให้เข้าใจ ในสังขารธรรมด้วยสติปัญญาของตนเอง เมื่อเราทุกคนได้รู้แจ้งเห็นจริงแล้ว พวกเราก็จะไม่มีความหลงอีก เมื่อไม่มีความหลง ก็ไม่มีการปรุงแต่งเป็นสังขารอะไร สังขารก็ย่อมดับไป เมื่อสังขารดับแล้ว วิญญาณเครื่องหมายรู้ในสิ่งต่างๆก็ย่อมดับไป ถ้าวิญญาณเครื่องหมายรู้ดับไปแล้วอย่างนี้ นามรูปก็ย่อมดับไป ถ้านามรูปดับไป สฬายตนะก็ย่อมดับไปตามกันอีก ถ้าหากว่าสฬายตนะดับไป ก็ไม่มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้กระทบสัมผัสกับสิ่งต่างๆได้ สัมผัสก็ย่อมดับไปเหมือนกัน เมื่อสัมผัสดับไปไม่มีแล้ว เวทนาจะเกิดขึ้นมาแต่ที่ไหน เวทนาก็ย่อมดับไปอีกเท่านั้น ถ้าไม่มีเวทนาดับไปแล้ว ตัณหาคือความทะยานอยาก จะเกิดขึ้นมาแต่ที่ไหน ตัณหาก็ย่อมดับไป ถ้าตัณหาความอยากเกิดในภพต่างๆดับไปแล้ว อุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่นในภพชาติต่างๆ ก็ย่อมดับไปไม่มีอีก เมื่ออุปทานความยึดมั่นถือมั่นดับไปไม่มีแล้วอย่างนี้ ภพชาติจะเกิดขึ้นมาได้แต่ที่ไหนเล่า ถ้าหากภพชาติดับไปแล้ว ก็ย่อมไม่มีความเกิดเป็นรูปร่างกายตัวตนคนเรา มีธาตุ 4 ขันธ์ 5 ขึ้นมาอีกแล้ว ก็ย่อมดับไป เมื่อรูปร่างกายตัวตนคนเราดับไปไม่มีแล้ว ความเฒ่าแก่ชราความทุกข์กายทุกข์ใจ ความโศกเศร้าโศกาอาดูรเดือดร้อน และมรณะคือความตาย จะเกิดขึ้นมาจากที่ไหน เพราะไม่มีร่างกายตัวตนคนเราแล้ว ก็ย่อมไม่มีความตายเป็นของธรรมดา เหตุฉะนั้นแลพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา จึงได้เทศนาแนะนำสั่งสอนต่อกันมาจนถึงพวกเรา ได้ยินได้ฟังดังก้องกังวานอยู่ทั่วโลกทุกวันนี้..
หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
..เหตุฉะนั้นพวกเราท่านทั้งหลายที่เป็นนักปฏิบัติ จึงมาพิจารณาถึงความเกิดและความดับของสังขารธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ว่ามีความหมุนเวียนเป็นปัจจัยสืบเนื่องต่อกันไปไม่ขาดอย่างนี้แหละ ที่ทำให้พวกเราเหล่าท่านทั้งหลายเกิดอยู่ไม่รู้จักจบจักสิ้น มาวันนี้พวกเรามาพากันพิจารณาให้รู้ว่า อวิชชานี้แหละเป็นเหตุให้เราพากันหลงอยู่ ไม่รู้จริงเห็นแจ้งในธรรมทั้งหลายนี้ เราจึงดับภพดับชาติไม่ได้ ฉะนั้นพวกเรามาเรียนให้รู้ดูให้เข้าใจ ในสังขารธรรมด้วยสติปัญญาของตนเอง เมื่อเราทุกคนได้รู้แจ้งเห็นจริงแล้ว พวกเราก็จะไม่มีความหลงอีก เมื่อไม่มีความหลง ก็ไม่มีการปรุงแต่งเป็นสังขารอะไร สังขารก็ย่อมดับไป เมื่อสังขารดับแล้ว วิญญาณเครื่องหมายรู้ในสิ่งต่างๆก็ย่อมดับไป ถ้าวิญญาณเครื่องหมายรู้ดับไปแล้วอย่างนี้ นามรูปก็ย่อมดับไป ถ้านามรูปดับไป สฬายตนะก็ย่อมดับไปตามกันอีก ถ้าหากว่าสฬายตนะดับไป ก็ไม่มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้กระทบสัมผัสกับสิ่งต่างๆได้ สัมผัสก็ย่อมดับไปเหมือนกัน เมื่อสัมผัสดับไปไม่มีแล้ว เวทนาจะเกิดขึ้นมาแต่ที่ไหน เวทนาก็ย่อมดับไปอีกเท่านั้น ถ้าไม่มีเวทนาดับไปแล้ว ตัณหาคือความทะยานอยาก จะเกิดขึ้นมาแต่ที่ไหน ตัณหาก็ย่อมดับไป ถ้าตัณหาความอยากเกิดในภพต่างๆดับไปแล้ว อุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่นในภพชาติต่างๆ ก็ย่อมดับไปไม่มีอีก เมื่ออุปทานความยึดมั่นถือมั่นดับไปไม่มีแล้วอย่างนี้ ภพชาติจะเกิดขึ้นมาได้แต่ที่ไหนเล่า ถ้าหากภพชาติดับไปแล้ว ก็ย่อมไม่มีความเกิดเป็นรูปร่างกายตัวตนคนเรา มีธาตุ 4 ขันธ์ 5 ขึ้นมาอีกแล้ว ก็ย่อมดับไป เมื่อรูปร่างกายตัวตนคนเราดับไปไม่มีแล้ว ความเฒ่าแก่ชราความทุกข์กายทุกข์ใจ ความโศกเศร้าโศกาอาดูรเดือดร้อน และมรณะคือความตาย จะเกิดขึ้นมาจากที่ไหน เพราะไม่มีร่างกายตัวตนคนเราแล้ว ก็ย่อมไม่มีความตายเป็นของธรรมดา เหตุฉะนั้นแลพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา จึงได้เทศนาแนะนำสั่งสอนต่อกันมาจนถึงพวกเรา ได้ยินได้ฟังดังก้องกังวานอยู่ทั่วโลกทุกวันนี้..
หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน พระอาจารย์เปลี่ยน วัดอรัญวิเวก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น